รีเซต

ผลการค้นหา “Theory of Love” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Love Hokkaido
ดู

Love Hokkaido

Filing For Love
ดู

Filing For Love

รักนี้ลุงขอ
ดู

รักนี้ลุงขอ

Love With The Perfect Stranger
ดู

Love With The Perfect Stranger

ไฟเขียวลุยสร้างภาคต่อ "How To Lose A Guy In 10 Days" ตำนานหนังรอมคอมเรื่องดังยุค 2000s
อ่าน

ไฟเขียวลุยสร้างภาคต่อ "How To Lose A Guy In 10 Days" ตำนานหนังรอมคอมเรื่องดังยุค 2000s

นี่หนึ่งในหนังโรแมนติกคอเมดี้เรื่องเยี่ยมที่สุด ตามที่ "แมทธิว แมคคอนนาเฮย์" เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ยกย่องเอาไว้ เพราะเป็นผลงานที่ทำให้เขากลายเป็นพระเอกหนังรักและช่วยยื้อชีวิตนักแสดงของเขาเอาไว้ในเรืองรองถึงปัจจุบัน และบัดนี้ "How To Lose A Guy In 10 Days" หนังรักเรื่องดังจากยุค 2000 ได้รับสัญญาณว่าจะเป็นหนังดังในอดีตอีกเรื่องที่จะกลับมาลุยสร้างสานต่อภาคใหม่ออกมาเร็ว ๆ นี้ หลังสตูดิโอหนังได้ไฟเขียวพัฒนาสร้างแล้ว Deadline รายงานว่า พาราเมาท์ พิคเจอร์ส ได้ให้ไฟเขียวพัฒนาสร้างโปรเจกต์ภาคต่อหนังรักเรื่องดังจากปี 2003 อย่าง How To Lose A Guy In 10 Days อย่างเป็นทางการแล้ว นี่คือหนังที่สร้างคู่ขวัญให้เกิดขึ้น อย่าง "เคต ฮัดสัน" กับ แมทธิว แมคคอนนาเฮย์ โดยมีข้อมูลว่า เคต ฮัดสัน จะร่วมอยู่เบื้องหลังในการผลักสร้างหนังรักที่เคยสร้างชื่อให้กับเธอเรื่องนี้ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างพิเศษ โดยขณะนี้โปรเจกต์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น จึงยังไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับทีมนักแสดง และยังไม่มีข้อมูลเนื้อหาของหนังภาคต่อ รวมทั้งใครจะมาเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้ How To Lose A Guy In 10 Days ฉบับเมื่อปี 2003 เป็นเรื่องราวของนักเขียนสาวกับหนุ่มเนักโฆษณาเจ้าเสน่ห์ ได้เริ่มต้นศึกษาดูใจกัน โดยที่จริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ครั้งนี้ของพวกเขามีบางอย่างแอบแฝงอยู่ เพราะว่าเธอต้องการทดลองใช้รักครั้งนี้เป็นบทความในคอลัมน์ ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมที่ตกหลุมรักเราทิ้งไปภายใน 10 วัน ขณะที่เขาก็ทำการพนันกับเพื่อน ๆ ว่าจะจีบสาวคนนี้และพิชิตใจเธอให้ได้ภายใน 10 วันเช่นกัน "โดนัลด์ เพทรี" เคยกำกับหนังต้นฉบับเอาไว้ ซึ่งเคยกลายเป็นหนังฮิตช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ในปี 2003 กวาดเงินทั่วโลกไปได้ถึง 178 ล้านเหรียญ ถูกนับว่าเป็นหนึ่งในยุคที่เฟื่องฟูเรืองรองของหนังรอมคอมสุด ๆ แม้ว่าปัจจุบันหนังประเภทนี้มักจะเบนเข็มไปเอาดีในจอสตรีมมิงมากกว่ามาเจ็บตัวทางด้านรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่เทรนด์ฮิตหยิบหนังเก่ามาผลิตภาคต่อเรื่องใหม่ก็กำลังนำพาหนังรักคลาสสิกเรื่องนี้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Let Me Love You With All My Heart
ดู

Let Me Love You With All My Heart

รักษ์
ดู

รักษ์

"เหตุผลของคำว่ารัก" ซิงเกิลใหม่จาก "ว่าน ธนกฤต" ชวน "MARCKRIS OF BUS" ร่วมแจม
อ่าน

"เหตุผลของคำว่ารัก" ซิงเกิลใหม่จาก "ว่าน ธนกฤต" ชวน "MARCKRIS OF BUS" ร่วมแจม

"ว่าน ธนกฤต" ปล่อยเพลงใหม่ "เหตุผลของคำว่ารัก" ซิงเกิลที่ค้นหาถึงความหมายของคำว่ารัก ซึ่งครั้งนี้ขอชวนน้องชายอย่าง "MARCKRIS OF BUS" มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกของการได้เรียนรู้ และเติบโตจากความรัก ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลท์ของเพลงนี้เวลาที่ฟังจะให้ความรู้สึกเหมือนการถามตอบกันระหว่าง มือโปรหัดจำกับการมองทุกอย่างด้วยประสบการณ์และทำความเข้าใจ กับอีกฝั่งเป็นมือใหม่หัดเจ็บที่เรียนรู้รับมือกับความเจ็บปวด และยิ่งได้ซาวด์ดนตรีในสไตล์ Ballad POP ผสาน POP Rock ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนผ่านถ้อยคำภาษาอันสวยงามตามแบบฉบับ ว่าน ธนกฤต พร้อมเสริมความจี๊ดจ๊าดด้วยไลน์กีตาร์ที่ได้ถูกดีไซน์โดยปรมจารย์กีต้าร์อย่าง "แชมป์ Crescendo" ในสไตล์ Slow Rock กับเสียงกีตาร์เฉียบคมทำให้เพลงนี้ ยิ่งฟังยิ่งลึกซึ้งทุกอารมณ์ และตอนนี้สามสามรถได้แล้วในทุกช่องทาง รวมไปถึงมิวสิกวิดีโอก็สามารถรับชมได้ทาง YouTube : Soloist Cahnnel มาถึงตรงนี้คงมีหลายคนคงเกิดคำถามถึงการร่วมงานกันของทั้งสองศิลปินว่าเป็นมาอย่างไร เรื่องนี้ ว่านได้เล่าให้ฟังสั้น ๆ ว่า "อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตลอดที่ผ่านมาผมมักจะเริ่มทำงานจากตัวผมก่อน แต่เมื่อเราเติบโตขึ้นก็ได้เรียนรู้ว่าการทำงานร่วมกับคนอื่นก็สนุกและน่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างเพลงก่อนหน้านี้ก็ได้ร่วมงานกับน้อง ๆ SERIOUS BACON เราก็ได้รับเอเนอร์จี้ใหม่ ๆ พอมาในเพลงนี้ก็มีหนึ่งชื่อที่ผมอยากร่วมงานด้วยนั่นคือ มาร์คคริส น้องเป็นเด็กที่ใฝ่รู้และชอบทดลองอะไรใหม่ ๆ ซึ่งผมสัมผัสได้จากที่เคยได้พูดคุย เลยลองส่งเพลงให้น้องฟังซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเพลงนี้ที่น้องเลือกมาที่ให้สีสันใหม่ ๆ ต่างจากภาพวงที่ทุกคนเคยเห็นจากเขา ซึ่งมาร์คคริสทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมมาก ๆ ครับ" ในส่วนของ "มาร์คคริส" ได้เล่าเสริมถึงการร่วมงานครั้งนี้ไว้ว่า "ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ว่านผ่านการไปอัดรายการ และเราได้ร้องเพลงด้วยกันถึงเรื่องการแต่งเพลงเพราะตัวผมกำลังฝึกเขียนเพลงอยู่ หลังจากได้คุยกับพี่ว่านก็ได้เปิดเพลงเดโมที่เขาทำให้ผมฟัง แล้วก็ชวนว่าอยากมาลองทำอะไรสนุกด้วยกันไหม ซึ่งผมก็ตอบตกลงในทันทีครับและก็เป็นอย่างที่คิดผมได้ลองร้องเพลงในอีกสไตล์ผ่านซาวด์ดนตรีที่ต่างออกไปจากของวง BUS ได้รู้จักภาษาในอีกรูปแบบหนึ่งที่มาทำให้เพลงนี้สวยงามและน่าฟังมาก ๆ ครับ" ยกให้เป็นอีกหนึ่งเพลงเพราะ ๆ จาก "ว่าน ธนกฤต" ที่ครบถ้วนด้วยความรู้สึกจริง ๆ และสำหรับใครที่ยังค้นหาถึงความหมายของคำว่ารักหวังว่าเพลง "เหตุผลของคำว่ารัก" ที่ว่านได้ร่วมร้องกับ "MARCKRIS OF BUS" จะเป็นคำตอบนั้นให้กับทุกคน โดยสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้เพิ่มเติมที่ www.facebook.com/Wanthanakrit และทาง www.facebook.com/Spicydiscrecord

His - I Didn't Think I Would Fall in Love
ดู

His - I Didn't Think I Would Fall in Love

"Zentyarb" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "Rainbow" ถ่ายทอดอารมณ์ความสัมพันธ์ยุคใหม่
อ่าน

"Zentyarb" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "Rainbow" ถ่ายทอดอารมณ์ความสัมพันธ์ยุคใหม่

ยกระดับความลึกซึ้งทางดนตรีไปอีกขั้น สำหรับ "Zentyarb (เซนท์ยาร์บ)" ศิลปินฮิปฮอปมากฝีมือที่ปล่อยเพลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด "Zentyarb" ได้พาทุกคนเข้าสู่ห้วงอารมณ์ความรักสุดเปราะบางผ่านซิงเกิลใหม่ "Rainbow" กับเรื่องราวความสัมพันธ์ยุคใหม่ ถ่ายทอดความรู้สึกแบบ Bitter-sweet หรือการยินดีทั้งน้ำตา เมื่อถึงเวลาต้องสละตำแหน่งเพื่อให้อีกฝ่ายได้พบกับความสุขที่แท้จริง "Rainbow" คือซิงเกิลที่เล่าถึงความรู้สึกของคนที่เติบโตขึ้นในโลกแห่งความจริง ที่เปรียบตนเองเป็นเสมือน "พายุ" ซึ่งอาจเต็มไปด้วยความโหมกระหน่ำและไร้ความมั่นคง จนไม่สามารถมอบความอบอุ่นให้คนที่รักได้เท่าที่ควร การตัดสินใจปล่อยมือจึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ หากแต่เป็นทางเลือกอันเสียสละของ คนรักแบบผู้ใหญ่ ที่ยอมถอยออกมา เพื่อเปิดโอกาสให้เธอได้ก้าวไปพบกับ "สายรุ้ง" และ "ท้องฟ้าหลังฝน" ที่สว่างสดใสเคียงข้างใครสักคนที่ดีกว่า ในพาร์ทดนตรี "Zentyarb" ได้ดีไซน์ซาวด์ดนตรีด้วยการผสมผสานกลิ่นอาย Hip-Hop โมเดิร์นเข้ากับ RB ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยโทนเสียงและจังหวะที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่อยากสื่อออกมา ผสานกับเนื้อร้องที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกจริง "Zentyarb" ได้เล่าถึงเบื้องหลังและความตั้งใจในการทำเพลงนี้ว่า "Rainbow เป็นเหมือนบทเรียนความรักของคนที่โตขึ้นครับ ในความสัมพันธ์ยุคนี้ บางครั้งการรักใครสักคนมาก ๆ อาจไม่ได้หมายถึงการรั้งเขาไว้ข้างกาย แต่คือการยอมรับความจริง และยินดีที่ได้เห็นเขาไปมีชีวิตที่มีความสุขจริง ๆ แม้ว่าข้าง ๆ เขาจะปราศจากพายุอย่างเราแล้วก็ตาม เพลงนี้ผมอยากให้เป็นตัวแทนของทุกคนที่กำลังเรียนรู้ที่จะปล่อยมือด้วยความยินดีครับ" ร่วมสัมผัสความรักที่เต็มไปด้วยความเสียสละ และรับฟังนิยามการปล่อยมือสไตล์ผู้ใหญ่ผ่านซิงเกิล "Rainbow" จาก "Zentyarb" ได้แล้ววันนี้ บนทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง และรับชม Music Video ได้ทาง YouTube Official ZENTYARB

หมาเห่าเครื่องบิน
ดู

หมาเห่าเครื่องบิน

Noodle Lovers - Hot Noodles And Beautiful Noodles
ดู

Noodle Lovers - Hot Noodles And Beautiful Noodles

Operation Love
ดู

Operation Love

Tim
ดู

Tim

สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง
ดู

สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง

"ไดมอนด์ ณรกร" ถ่ายทอดโมเมนต์โรแมนติก ลงเพลง "My Sunshine" จากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)…ที่รัก My Tutor, My Love
อ่าน

"ไดมอนด์ ณรกร" ถ่ายทอดโมเมนต์โรแมนติก ลงเพลง "My Sunshine" จากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)…ที่รัก My Tutor, My Love

ได้รับโอกาสให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สึกพระ-นาง จากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)...ที่รัก My Tutor, My Love สำหรับหนุ่มเสียงเอกลักษณ์ ไดมอนด์ ณรกร กับเพลง My Sunshine เพลงช้า Pop Ballad ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่รักใครสักคนมาก จนอยากจะปกป้องเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมี นาว วง Mirrr รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และ เติร์ด Tilly Birds ช่วยประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง รวมทั้งเป็นโค-โปรดิวซ์ โดยมีจุดสำคัญของเพลงนี้คือเสียงเปียโน เครื่องสาย กีตาร์ และภาคดนตรีทั้งหมดที่ นาว สร้างสรรค์ขึ้นมา และเรียงร้อยเรื่องราว คำร้อง และท่วงทำนองของเติร์ด ได้อย่างลึกซึ้ง ผสมผสานกับเสียงร้องของ ไดมอนด์ ที่มาประทับตราให้เพลงนี้ ได้อย่างกลมกล่อมและสมบูรณ์ ซึ่ง ไดมอนด์ ณรกร ได้เผยความรู้สึกว่า รู้สึกตื่นเต้นมากครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสผมเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่อง ติวเธอ(ร์)ที่รัก My Tutor My Love และดีใจมาก ๆ ครับ ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ พี่นาว และ พี่เติร์ด เป็นครั้งแรก ส่วนตัวติดตามผลงานพี่ ๆ มาโดยตลอด พอมาร่วมงานกัน ก็แอบเกร็งและค่อนข้างตื่นเต้นมาก ๆ ครับ พี่เค้าก็เปิดกว้างให้เราร้องเป็นสไตล์ตัวเองได้เลย ใส่มาได้เลยเต็มที่ แต่สิ่งที่ยากก็จะเป็นในเรื่องคีย์ที่ค่อนข้างสูงมาก ๆ พี่เติร์ดก็ให้กำลังใจ ว่าเราทำได้นะ อย่าไปกลัว ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์สำหรับเราเลยครับ (ยิ้ม) ส่วน Feeling ผมก็ตีความในมุมของผู้ชายคนนึง ที่อยากจะปกป้องใครสักคน อยากทำให้เค้ามีความสุข โดยเฉพาะท่อน My sunshine is you ตราบที่ฉันยังหายใจ ไม่ให้ใครทำร้ายเธอ ฉันอยู่ตรงนี้ คือเพลงค่อนข้างอบอุ่น เมโลดี้น่ารัก และ โรแมนติกมาก ๆ เลยครับ ซึ่งต่างจากเพลงอื่น ๆ ของผมเลย ก็เป็นอีกแนวเพลงใหม่ ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ฟังจากผมครับ สามารถรับฟังและชม Official MV My Sunshine เพลงจากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)...ที่รัก My Tutor, My Love จาก ไดมอนด์ ณรกร ได้ทาง Youtube: One Music และ Audio ได้ทุก Streaming Platforms รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกช่องทาง Social Media ของ One Music และ Diamond Official

มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อป–บีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์
อ่าน

มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อป–บีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์

รายการ WandOland เปิดมุมลึกซึ้งที่หลายคนไม่เคยเห็นของ ท๊อป จิรายุส ซีอีโอ Bitkub เมื่อเจ้าตัวยอมรับเบื้องหลังความสำเร็จคือความเหงาในแบบของผู้นำที่ต้องเป็นที่พึ่งให้คนรอบตัวแต่ในวันที่เหนื่อยกลับไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ขณะที่ บีม วลัญช์รัตน์ เปิดใจถึงช่วงเวลาที่เคยทุ่มเทซัปพอร์ตคนรักจนเกือบหลงลืมความฝันของตัวเอง ก่อนทั้งคู่จะค่อย ๆ เรียนรู้การรักษาความสัมพันธ์ จนถึงขั้น Workshop ให้เติบโตไปพร้อมกัน สู่รัก 8 ปีที่ยังเลือกกันในทุกวัน มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อปบีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์ ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกที่ไหน ? บีม : เจอกันครั้งแรกในงานที่เขาไปพูดค่ะ อยู่แถวที่โรงแรมเอราวัณ ซึ่งบีมก็สนใจพวกเรื่องลงทุนคริปโต ตอนนั้นมันใหม่มาก แล้วเราชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ก็เลยไปฟัง แล้วก็เจอเขา ท๊อป : ตอนผมเปิด Bitkub ใหม่ ๆ เลยครับ บีม : เพิ่งเปิด เหมือนตอนนั้นยังไม่ได้แนะนำตัวเลยว่าเป็น Founder Bitkub เป็นมา 7-8 ปีที่แล้ว ตอนที่บีมเห็น เขาพูดเก่ง แล้วก็ดูเป็นคนเก่ง แต่ตอนนั้นบีมอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษค่ะ เขาแนะนำตัวว่าจบจากที่นี่ ๆ เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปต่อคิวและถามคำถาม แต่บอกเขาว่าไม่ได้ถามเรื่อง Bitcoin เพราะอยากรู้เรื่องการเรียนต่อ เพราะตอนนั้นเราเพิ่งจบปริญญาตรี ท๊อป : แล้วผมพูดมาหลายเวทีมากครับ ทุกคนถามแต่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมพูด ผมพูดตั้ง 2-3 ชั่วโมง เรื่อง Blockchain มีคนนี้คนเดียวที่ถามเรื่องอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูด แล้วเขาซุ่มอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้พอทุกคนถามหมดอยู่ดี ๆ ก็โผล่มาแล้วถามเรื่องการเรียนต่อ ผมจำได้แม่นเลยมีคนเดียว ไม่ถามอะไรเกี่ยวกับที่เราพูดเลย ตอนแรกที่เจอก็ดูก็น่ารักดีครับ แล้วสิ่งที่เขาพูดคืออยากจะเรียนต่อ เรามีไฟล์นี้อยู่ ผมตั้งใจทำ Personal statement มากตอนที่สมัครไปเรียนที่ Oxford มันต้องมี reference letter และ personal statement ซึ่งผมยังเก็บไฟล์นั้นไว้เลย แล้วคิดว่าเราจบมานานแล้ว ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เดี๋ยวส่งให้เขาดีกว่า เพราะสูตรของผมคือจะส่งให้ทุกคนที่อยากจะเข้าเรียนต่อ เพื่อช่วยเขาเพราะเราไม่ได้ใช้อะไรแล้ว เพราะฉะนั้นโมเมนต์แรกที่คิดคือมีไฟล์นั้นอยู่ก็เลยอยากจะส่งให้เขาเป็นตัวอย่าง บีม : แต่ว่าของบีม โมเมนต์แรกคือกลัวค่ะ เพราะตอนที่เข้าไปคุยกับเขาคือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าอยากได้เคล็ดลับว่าไปยังไง แต่สิ่งที่เขาถามกลับมาอันแรกเลยคือเขาหน้านิ่งมาก แล้วตอนที่เขาถามกลับมาว่า เกรดเท่าไหร่ แล้วหน้าไม่มีอารมณ์เลย ก็คิดว่าหรือเราไม่ควรถาม ตอนนั้นบีมไม่อยากคุยแล้ว ไม่อยากบอกว่าเราเป็นใคร คือขาแข็ง แต่ถอยไม่ได้แล้วค่ะ ท๊อป : เราก็ถามว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยนี้ใช่ไหม คุณก็ต้องมีเกรดที่ดี คุณต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง บีม : สุดท้ายเราก็ถอยค่ะ เดี๋ยวลองถามเคล็ดลับจากรุ่นพี่คนอื่นดีกว่า ท๊อป : ตอนนั้นขอ Contact ไว้แล้วครับ มีก่อนที่เขาจะถอย ขอเพื่อที่จะส่ง Personal statement ให้ที่มากกว่านั้นคือ มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรียนด้วยกันที่ Oxford เขาจบเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ผมไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ก็คิดว่าเราไม่ค่อยรู้ระบบไทย คนที่น่าจะแนะนำได้ดีกว่าจริง ๆ อาจจะเป็นเด็กไทยด้วยกันก็เลยนัดสร้างกลุ่มให้ Connection ให้ แต่บีมหายไปเลย ไม่ตอบ เราก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอุตส่าห์นัดให้แล้วเดี๋ยวเราจะเสียหน้า เพราะบีมก็อยู่ในกลุ่มแต่เขาไม่ตอบ เราก็เลยต้องตามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหายไปเลย ก็เลยได้มีการติดต่อไปหลังจากนั้นครับ บีม : ตอนที่ผ่านไปสักพักแล้วเขาหา Contact แล้วเขาก็ติดต่อมาค่ะ ประมาณเป็นเดือน จากที่เราถามรู้สึกว่าคนนี้นิสัยดีมาก เหมือนเขายังจำได้และยังติดต่อเชื่อมต่อกลุ่มให้ค่ะ แต่ตอนนั้นเราก็กลัว ๆ นิดหนึ่ง ก็เลยไม่ได้ตอบไปสักพัก แต่พอเห็นแล้วว่าเขาตั้งกลุ่มก็เข้าไปตอบค่ะ แล้วเขาก็เหมือนมีติดตามเรื่องเรื่อย ๆ ประมาณนั้น เราก็รู้สึกว่าเขาดูเป็นคนดี ท๊อป : โมเมนต์แรกสำหรับผมที่เข้ากันคือ พาเขามาดูออฟฟิศ ตอนนั้น Bitkub ออฟฟิศเล็กมากครับ เป็นตอนเพิ่งเริ่มเปิดบริษัทใหม่ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ไปทานข้าวกัน หลังจากดูออฟฟิศเสร็จก็ไปทานข้าวกันต่อครับ นั่นเป็นโมเมนต์ที่ได้คุยกันจริง ๆ ไม่ใช่ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นแบบ Face to Face จริง ๆ แล้วพอคุยกัน บางทีเคมีมันบอกไม่ได้ผ่านตัวหนังสือ แต่พอได้คุยกันจริง ๆ แล้วมันรู้สึกว่ามันเข้ากันได้ ก็คือโมเมนต์ที่ได้เจอกัน face to face จริง ๆ ได้นั่งทานข้าวกันจริง ๆ ส้มตำปูปลาร้า สร้างความประทับใจ ? ท๊อป : โมเมนต์ที่ประทับใจครั้งแรกคือ ชอบทานส้มตำปลาร้าทั้งคู่ และต้องใส่พริกเยอะ ๆ มาก ต่างคนต่างดูไม่เหมือนคนที่ชอบกินเผ็ดครับ บีม : ตอนแรกบีมก็ไม่คิดว่าจากภูมิหลังที่เขาอยู่เมืองนอกมานาน จะชอบกินส้มตำปลาร้าเหมือนกัน ซึ่งอันนี้เราก็ชอบกิน และตอนแข่งกินเผ็ดบีมชนะด้วยค่ะ ท๊อปมองเห็นอะไรในตัวบีม ? ท๊อป : เขาเป็นคนที่เสียสละเพราะเขาเป็นกองหลังใช่ไหมครับ พอผมตั้งเป้าหมายอะไร เขาก็ต้องสละสิ่งที่เคยเป็นตัวตนเขามาก่อนเพื่อที่จะปรับตัวเข้ากับเรา ยกตัวอย่างเรื่องการกิน เราไม่กินแป้ง ไม่กินน้ำตาล ไม่กินส้มตำปลาร้า ไม่กินเผ็ด ความผูกพันครั้งแรกที่เราชอบกันคือเพราะชอบพริกเหมือนกัน แต่พอผ่านมาระยะเวลา 7-8 ปีให้หลัง ทั้งสองคนไม่กินพริกเยอะขนาดนั้นแล้ว และไม่ได้กินส้มตำปลาร้าขนาดนั้นแล้วแต่ก็ยังอยู่กันได้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นโมเมนต์ที่ชอบกันครั้งแรก ต่างคนต่างเติบโตขึ้นทั้งคู่เพื่อที่จะอยู่ด้วยกันได้ครับ พอเราตั้งเป้าหมาย เขาก็เป็นคนที่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างของเขาทั้งหมด ทุกวันนี้เขายังไม่ได้ไปเรียนต่อเลยนะครับ เจอกันครั้งแรกเขาตั้งใจจะไปเรียน แต่ตอนนี้กลายเป็นคนซัพพอร์ตเราแทน เป้าหมายชีวิตเขาคืออยากไปเรียนต่างประเทศสักครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ยังไม่ได้ไปเรียนเลยครับ บีม : ยังอยากไปเรียนต่ออยู่ ก็คิดว่าถ้าตอนนี้เห็นว่าข้างหน้าเขาเริ่มมั่นคงระดับนี้แล้ว และข้างหลังเราก็เริ่มมีทีม มีการสร้างทีม มีเลขาฯ 10 คนแล้ว ระบบเริ่มมั่นคงขึ้น ก็เดี๋ยวลองหาช่องทางค่ะ เพราะสำหรับบีม อยากที่จะเติบโตขึ้นตลอดในทุกด้านค่ะ เป้าหมายในความสัมพันธ์ที่อยากให้ไปต่อ ? บีม : จริง ๆ ก็เยอะเลยค่ะ บีมพยายามจะสะท้อนความคิดของตัวเองและคุยกับเขาตลอด ถ้าโมเมนต์นี้เรายังต้องช่วยซัพพอร์ตเราก็จะทำให้เต็มที่ แต่เราก็คุยกับเขาเหมือนกันว่า บีมรู้สึกว่าต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างบีมกับตัวเอง และบีมกับพี่ท๊อปให้ดีขึ้น เพราะมันจะมีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าถ้าเปรียบเป็นวงกลม วงกลมของพี่ท๊อปกับวงกลมของบีม แล้วเราคอยซัพพอร์ตเขาเรื่อย ๆ จนมีระยะหนึ่งที่รู้สึกว่าพอมันมากเกินไป วงกลมมันทับกันสนิท มันทำให้บางทีความสัมพันธ์กับตัวเราเองหรือเป้าหมายของเราหายไปในบางช่วงเวลา เราก็เลยบอกเขาว่าเราอยากทำสิ่งนี้ 1 2 3 4 นะ เพื่อให้สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ระหว่างบีมกับตัวเองดีที่สุด และบีมก็เชื่อว่าในความสัมพันธ์ของทุกคน ถ้าความสัมพันธ์กับตัวเองดีและสุขภาพจิตดีที่สุด ความสัมพันธ์กับคนอื่นมันจะยิ่งดีและยิ่งส่งเสริมกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่บาลานซ์ มันอาจจะทำให้เราซัพพอร์ตเขาได้ไม่เต็มที่แล้วก็ได้ค่ะ ก็เคยมีช่วงเวลานั้นเหมือนกัน ท๊อป : เรามี session แบบนี้เลยนะครับ มีการจองตารางเวลาของผมไว้เลยว่าเขียนว่า Workshop เป็นระหว่างผมกับเขา ทั้ง ๆ ที่การอยู่ด้วยกันมันอาจจะเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก แต่เราต้องการช่วงเวลาที่เรามีสติรู้ตัวเพื่อมาออกแบบ มาล็อกเวลาช่วงหนึ่งเลย แล้วมาคุยกันในทุก ๆ เรื่อง มาเปิดใจ มาแชร์เป้าหมายของชีวิตกัน คุณคิดว่าลึก ๆ แล้วคู่ของคุณมีความกลัวอะไรที่ไม่ค่อยพูดออกมา? บีม : อาจจะกลัวเราเป็นอะไร เพราะว่าเขาจะเป็นคนที่กังวลมากคือเป็นห่วงมาก ไม่ค่อยให้ทำอะไรเท่าไหร่ กลับดึก อยู่ไหน คือปกติเขาก็ไม่ได้ค่อยได้คุยกันหรือไม่ได้ตาม แต่ถ้ามันรู้สึกว่าดึกแล้ว มันไปที่ที่อันตรายหรือเปล่า อย่าไปนะ อย่านั่งรถจักรยานยนต์ คือเขาจะห่วงความปลอดภัยมาก ๆ เป็นพิเศษค่ะ บีมว่าเขาอาจจะกลัวเราเป็นอะไร ท๊อป : คำถามนี้มันสะท้อนถึงความใส่ใจและความเหนียวแน่นของความสัมพันธ์ของกันและกัน ซึ่งฟังแล้วรู้สึกได้เลย บีม : งั้นขออีกอันหนึ่ง ถ้าเป็นตัวเขาเอง บีมมองว่าเขากลัวจัดการไม่ได้ เขากลัวเขาไม่เก่ง เพราะว่าหัวของเขาคือต้องแก้ปัญหาให้กับทุกคน เขารู้สึกว่าต้องเป็นที่พึ่งให้กับทุกคนรอบตัวให้ได้ ในความแข็งแกร่งจริง ๆ ข้างในเขา บีมว่าเขาก็คงเหนื่อย แต่การแสดงออกมาเขาต้องทำให้ได้ ต้องนำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของในที่ทำงานเอง ฝั่งของครอบครัว หรือฝั่งของเราเองก็ตาม จริง ๆ คือรู้สึกว่าข้างในเขาก็น่าจะแบกเยอะ แต่อยากแสดงออกมาว่าต้องทำให้ได้ ท๊อป : ใช่ครับ ผมว่ามันเป็นความเหงา อีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่เหงาเพราะไม่ได้เจอคน มันเป็นความเหงาที่ผมว่ายังไม่มีใครแชร์ มันคือ the same level of psychological wound เหมือนกับเรา ที่เราเป็นช้างเท้าหน้าของทุกเรื่อง ทุกคนรอบตัวเราพึ่งเราหมดเลยนะครับ บริษัท 1,000 คน ครอบครัว ครอบครัวเราที่เป็นครอบครัวเราจริง ๆ เราก็เป็นช้างเท้าหน้าของความสัมพันธ์ ฝั่งครอบครัวเขา ฝั่งเขาเราก็เป็นอะไรไม่ได้ คือทุกคนพึ่งเรา มันก็จะเป็นความเหงาอีกแบบหนึ่ง แล้วใจเราล่ะ แล้วใครมาเป็นที่พึ่งของเรา และพอมีปัญหาหนัก ๆ ผ่านมาเรื่อย ๆ ผมว่ามันไม่มีใครเข้าใจ psychological wound ที่มันสะสม as a leader นะ มันก็เป็นความเหงาอีกแบบหนึ่ง แล้วเขาก็พูดถูกตรงที่ว่าก็เป็นห่วงเยอะมากเกินไปนะครับ ห้ามนู่นห้ามนี่ เดี๋ยวอันตราย เราอาจจะเวอร์ด้วยครับ แต่เหมือนเขาทำตัวเป็นเหมือนลูกวัวไม่กลัวเสือครับ ท๊อป : แล้วบีมเขาเป็นคนที่พูดออกมาครับ เขากลัวมากเลยนะ คือกลัวผมไม่รักเขา กลัวไม่ให้เวลาเขา ไม่สนใจเขา พูดตลอด รักเขาไหม บีม : ไม่ใช่ เพราะเขาไม่พูดไงคะ เขาไม่เคยบอกเลย เราก็เลยต้องถาม หลังจากที่ทะเลาะกัน อะไรคือช่วงเวลาหรือสัญญาณที่ทำให้คุณรู้ว่าเรายังเป็นทีมเดียวกัน? บีม : บีมก็จะบอกเขาว่า ทะเลาะกันมันเห็นต่างกันได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วอยากจะทำให้ดีขึ้นทั้งคู่ และการทะเลาะกันมันไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ว่าสุดท้ายแล้วถ้าเราเข้าใจกันมากขึ้นแล้วมันพร้อมปรับกันทั้งคู่ ยังไงมันก็จะอยู่กันไปได้ยาว ๆ ก็จะพยายามเหมือนบอกเขาว่าไม่ใช่ว่าเราไม่ดีนะ แต่แค่ค่อย ๆ คุยกัน เพื่อให้เรายังเหมือนเข้าใจกันมากขึ้น พอเราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็จะทำเหมือนทำให้การปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น พอปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น มันก็จะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็จะคอยบอกเขา reach out ไป บางทีก็อยากจะให้อารมณ์เขานิ่งก่อน เพราะเราก็รู้ว่าถ้าต่างคนต่างเอาอารมณ์มาคุยกันยังไงไม่เห็นผลอยู่แล้ว ก็มีบ้างที่หายกันไปทำให้แต่ละคนเย็นก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน แต่ว่าสุดท้ายแล้วจริง ๆ บีมพยายามจะปรับจูนกันให้เร็วที่สุดจะดีที่สุดไม่งั้นเดี๋ยวมันจะค้างไปหลายวัน ท๊อป : น้อยมากครับที่ค้าง แล้วส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนมาง้อ เร็วมาก แป๊บเดียว ทีมเดียวกันแน่นอน แป๊บเดียวมาแล้ว เป็นฝ่ายง้อตลอด พอเขามาง้อ มาอะไรอารมณ์เย็นลง ก็คุยกัน ก็คือชัดเจน คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=smD_bajeNjI

Ossan's Love
ดู

Ossan's Love

ทุกสีมีความหมาย ทุกเรื่องราวมีพลัง ชวนฉลอง Pride Month กับ 18 คอนเทนต์คุณภาพที่ Prime Video
อ่าน

ทุกสีมีความหมาย ทุกเรื่องราวมีพลัง ชวนฉลอง Pride Month กับ 18 คอนเทนต์คุณภาพที่ Prime Video

ต้อนรับPride Monthปีนี้Prime Videoประเทศไทย ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายผ่านแคมเปญEvery Color, Every Story:ทุกสีมีความหมาย ทุกเรื่องราวมีพลังกับการคัดสรรภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดี18เรื่องที่สะท้อนตัวตน ความสัมพันธ์ และประสบการณ์อันหลากหลายของผู้คน ภายใต้แรงบันดาลใจจาก6สีบนธงPride Flagซึ่งถ่ายทอดความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแต่ละสี ได้แก่ชีวิต การเยียวยา ความหวัง การเติบโต ความกลมเกลียวและจิตวิญญาณเพื่อส่งต่อพลังของการมองเห็น เข้าใจ และยอมรับในทุกความแตกต่าง เพราะPrideไม่ใช่แค่ช่วงเวลาหนึ่งเดือนในปฏิทิน แต่คือความรู้สึก การต่อสู้ของผู้คน และเรื่องราวที่ควรได้รับการเล่าขาน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปเพลิดเพลินกับ18คอนเทนต์คุณภาพบนPrime Videoเพื่อให้Pride Monthปีนี้เปี่ยมความหมายกว่าที่เคย! สีแดง: ชีวิต พลังแห่งการใช้ชีวิต การค้นหาตัวตน และความรัก My Policeman สามหัวใจ สองยุคสมัย หนึ่งความรักที่ไม่อาจเป็นไปได้ ภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าย้อนยุคที่บอกเล่าความสัมพันธ์รักสามเส้า ระหว่างนายตำรวจ ทอม (Harry Styles / Linus Roache)ครูสาว แมเรียน (Emma Corrin / Gina McKee)และภัณฑารักษ์ แพทริก (David Dawson / Rupert Everett)ผ่านการเล่าเรื่องสลับระหว่างอังกฤษในยุค 1950 และช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งทำให้ได้เห็นบรรทัดฐานทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย Overcompensating หนุ่มหล่อ โปรไฟล์เริ่ด กับตัวตนที่ยังไม่เปิดเผย ซีรีส์คอเมดี้วัยรุ่นมหาวิทยาลัย เรื่องราวอันว้าวุ่นของเบนนี่ อดีตนักอเมริกันฟุตบอลและตัวพ่องานพรอม ที่ยังไม่เปิดเผยตัวตนเรื่องเพศของตัวเอง และกำลังพยายามเอาตัวรอดในรั้วมหาวิทยาลัย จนเมื่อเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกับคาร์เมน เด็กใหม่ที่ไม่เข้าพวกซึ่งตั้งใจจะ เข้ากลุ่ม ให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม นำไปสู่การค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองท่ามกลางปาร์ตี้สุดเหวี่ยง ความสัมพันธ์สุดปั่น และความสับสนในหัวใจ More Than Words สัมพันธ์ซับซ้อนของสามหนุ่มสาวแดนปลาดิบ ซีรีส์ขมอมหวานแนวComing-of-ageว่าด้วยชีวิต มิตรภาพ และสายสัมพันธ์ของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นสามคนที่ผูกพันกันแนบแน่น ท่ามกลางสังคมอนุรักษ์นิยมในแดนอาทิตย์อุทัยที่ยังไม่เปิดกว้างเรื่องความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ ถ่ายทอดเรื่องราวของความเสียสละซึ่งเกิดขึ้นในนามของความรัก ความผูกพัน และการอยู่รอดในสังคมด้วยมุมมองที่สมจริง สีส้ม: การเยียวยา สายสัมพันธ์อบอุ่นที่เยียวยาหัวใจให้เบิกบาน Modern Love เรื่องรักหลากรสในมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ผลงานซีรีส์ที่ดัดแปลงจากเรื่องจริงในคอลัมน์ชื่อดังของThe New York Timesถ่ายทอดความรักหลากมิติในนิวยอร์ก ทั้งรักหวานชื่น ความเจ็บปวด และมิตรภาพที่ไม่คาดคิด ผ่านมุมมองที่ซื่อตรงและอบอุ่น เพื่อพิสูจน์ว่าความรักในโลกสมัยใหม่นั้นสวยงามและซับซ้อนเกินกว่าจะจำกัดความได้ด้วยคำเดียว Harlem สวย แซ่บ มั่น มิตรภาพสุดจี๊ดของสี่สาวผิวสี ซีรีส์คอเมดี้ที่อัดแน่นด้วยพลังความสดใส บอกเล่าเรื่องชีวิตในนครนิวยอร์กของแก๊งเพื่อนสาวผิวสีสุดมั่น ซึ่งรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พวกเธอต้องรับมือกับทั้งเรื่องงาน ความรัก และการเติบโตในเมืองใหญ่ในขณะที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยสามสิบ ผ่านทุกช่วงเวลาวุ่นวายของชีวิตด้วยมิตรภาพและอารมณ์ขัน Uncle Frank โร้ดทริปกลับบ้าน ที่อาจทำให้หัวใจเบาลง ภาพยนตร์คอเมดี้ชุบชูใจว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อ เบธ หญิงสาววัย 18 ปีเข้ามาเรียนต่อในนิวยอร์ก และค้นพบว่า แฟรงค์ คุณลุงคนโปรดของเธอแท้จริงแล้วเป็นเกย์ และใช้ชีวิตอยู่กับ วอลลี่ คู่รักที่คบหากันมานาน แต่แล้วจู่ๆ พ่อของแฟรงค์ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เขาจึงจำเป็นต้องกลับบ้านเพื่อไปร่วมงานศพ การออกเดินทางของทั้งสามคนครั้งนี้ จึงกลายเป็นโร้ดทริปที่แฟรงก์ต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวอนุรักษ์นิยม บาดแผลในอดีต และอคติที่เขาพยายามหลีกหนีมาตลอดชีวิต สีเหลือง: ความหวัง แสงสว่างแห่งความหวัง การมองโลกในแง่ดี และยืดหยัดอย่างงดงามท่ามกลางอุปสรรค Anythings Possible รักวุ่นๆ ของหนุ่มจืดกับสาวทรานส์ ภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้แนวComing-of-ageเมื่อ คาล หนุ่มเนิร์ดมัธยมปลายโพสต์เว็บบอร์ดแบบไม่เปิดเผยตัวตน หวังระบายความในใจเรื่องที่เขาแอบชอบสาวทรานส์สุดคูลของโรงเรียน แต่ผลตอบรับกลับดีเกินคาด จนทำให้เขาตัดสินใจชวนเธอออกเดต ก่อเกิดเป็นเรื่องราวความรักแบบเจนซีที่ขอเพียงมีความหวังและไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้! Minari ครอบครัว ความหวัง และความฝันที่หยั่งรากกลางแผ่นดินใหม่ ภาพยนตร์ดราม่าเจ้าของรางวัลออสการ์ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของครอบครัวผู้อพยพชาวเกาหลีใต้ซึ่งย้ายมาตั้งรกรากในชนบทอเมริกาเพื่อไล่ตามความฝันแบบอเมริกันในทศวรรษ 1980 สะท้อนความยากลำบากของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ การปรับตัว อัตลักษณ์ ความมุ่งมั่นยืดหยัดเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค พร้อมถ่ายทอดความหมายของคำว่า ครอบครัว ผ่านช่วงเวลาเรียบง่ายที่อบอุ่น ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์ Cassandro ตำนานมวยปล้ำตัวมัม ผู้เปลี่ยนเสียงโห่เป็นเสียงเชียร์ ภาพยนตร์ชีวประวัติที่สร้างจากเรื่องจริงของSal Armendrizนักมวยปล้ำเกย์จากชายแดนอเมริกา-เม็กซิโก ผู้สร้างตำนานในฉายา "คาสซานโดร" ตามชื่อนางเอกละครน้ำเน่า โดยแจ้งเกิดในฐานะนักสู้สายเอ็กโซติโก (Extico)ที่ท้าทายจารีตชายชาตรีในยุค 80 จนมีชื่อเสียงระดับโลก ท่ามกลางบททดสอบอันหนักหน่วงและความหวังที่จะพิสูจน์ตัวตนบนสังเวียนที่เต็มไปด้วยอคติและความสับสนในจิตใจ สีเขียว: การเติบโต สำรวจการเติบโต ผ่านธรรมชาติและการเดินทางของชีวิต Prisma แฝดคนละฝา โลกคนละใบ ซีรีส์Coming-of-ageสัญชาติอิตาเลียน ว่าด้วยเรื่องราวการเติบโตของสองพี่น้องวัยรุ่นฝาแฝดที่มีบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ติดตามการค้นหาตัวตนและความหลากหลายทางเพศของคู่แฝด ผ่านสีสันที่ปรากฏบนPride Flagซึ่งถูกหยิบยกมาเป็นชื่อตอนของซีรีส์ เพื่อสะท้อนเรื่องราวในแต่ละตอนและเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของผู้คนบนโลกนี้ไปพร้อมๆ กัน Wildcat(2022) หนึ่งคน หนึ่งเหมียว กับการเยียวยาหัวใจกลางป่าใหญ่ สารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของอดีตทหารผ่านศึกหนุ่มที่เดินทางเข้าสู่ป่าแอมะซอนเพื่อหลบหนีจากบาดแผลในใจ จนได้พบกับหญิงสาวผู้ดูแลศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า และได้รับมอบหมายให้ดูแลลูกแมวป่าโอซีล็อตกำพร้า จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาจิตใจ และนำพาเขาไปสู่การค้นพบความรักและความหมายใหม่ของชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ Wild Isles(2023) สำรวจโลกธรรมชาติอันงดงามและเปราะบาง กับDavid Attenborough สารคดีชุดที่จะพาไปดื่มด่ำความงดงามและมหัศจรรย์ของธรรมชาติในหมู่เกาะบริติชซึ่งถือเป็นระบบนิเวศที่สำคัญระดับโลก ในมุมมองที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ตั้งแต่ในป่า ทุ่งหญ้า แหล่งน้ำจืด ไปจนถึงมหาสมุทร ผ่านเสียงบรรยายอันเป็นเอกลักษณ์ของนักธรรมชาติวิทยาในตำนานSir David Attenborough สีฟ้า: ความกลมเกลียว โอบรับความแตกต่าง สู่การอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว Transparent เมื่อความกล้าของพ่อ เปลี่ยนชีวิตคนทั้งบ้าน ซีรีส์ดราม่าคอเมดี้ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวอเมริกันเชื้อสายยิวPfeffermanในลอสแอนเจลิส เมื่อคุณพ่อวัยเกษียณซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวตัดสินใจเปิดเผยความลับครั้งใหญ่ว่าแท้จริงแล้วเธอคือผู้หญิงข้ามเพศ การสารภาพของเธอครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ลูกๆ วัยผู้ใหญ่ทั้ง 3 คนต้องเผชิญหน้ากับความจริง พัฒนาการทางเพศของตัวเอง รวมไปถึงการยอมรับตัวตนของพ่อ ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวความวุ่นวาย และการค้นหาความสุขที่แท้จริงของแต่ละคน Everybody's Talking About Jamie ความฝันบนส้นสูงของเด็กหนุุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ ภาพยนตร์Coming-of-ageสร้างจากเรื่องจริงของJamie Campbellวัยรุ่นวัย 16 ปีที่ฝันอยากเป็นแดร็กควีน ท่ามกลางอุปสรรคจากการบูลลี่ในโรงเรียนและการไม่ยอมรับของพ่อ แต่ด้วยพลังใจจากแม่และเพื่อนรอบข้าง ทำให้เขาฮึดสู้เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด และกล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างเจิดจรัสบนรองเท้าส้นสูงและแสงไฟสปอร์ตไลท์ในที่สุด Red, White Royal Blue ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ไม่อยู่ในแผนการทูต ภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ที่หลอมละลายหัวใจผู้ชมทั่วโลกด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างAlexลูกชายประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ และเจ้าชายHenryแห่งอังกฤษ ที่เปลี่ยนจากคู่กัดเป็นคู่ซี้ จนจุดประกายบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าใครจะคาดคิด ถ่ายทอดความหมายของคำว่า พื้นที่ปลอดภัย และพลังจากการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ สีม่วง: จิตวิญญาณ ความภาคภูมิใจในตัวตน จิตวิญญาณ และความสร้างสรรค์ A League of Their Own เกมนี้ พวกเธอไม่ได้มาเล่นๆ ซีรีส์สร้างแรงบันดาลใจเปี่ยมอารมณ์ขัน ว่าด้วยเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งลีกเบสบอลอาชีพหญิงล้วนของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อนักกีฬาชายส่วนใหญ่ถูกเกณฑ์ไปออกรบ ซีรีส์พาไปสำรวจความสัมพันธ์ของนักเบสบอลหญิง และการต่อสู้ของพวกเธอเพื่อสร้างที่ทางของตนเองในยุคที่ถูกจำกัดด้วยกรอบค่านิยมทางเพศ ซึ่งรวมถึงผู้หญิงเควียร์และผู้หญิงผิวสีด้วย Saltburn หนึ่งคำเชิญที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เรื่องราวระทึกขวัญแนวจิตวิทยาว่าด้วยเรื่องของOliverนักศึกษาหนุ่มผู้โดดเดี่ยวที่พยายามแทรกตัวเข้าสู่โลกอันหรูหราของFelixเพื่อนร่วมชั้นผู้มั่งคั่งและมีเสน่ห์ จนได้รับคำเชิญให้ไปใช้เวลาช่วงฤดูร้อนที่คฤหาสน์ "Saltburn"นำไปสู่มหากาพย์แห่งความลุ่มหลง กิเลส และแผนการบางอย่างที่จะเปลี่ยนคฤหาสน์หลังนั้นไปตลอดกาล Im a Virgo การออกจากบ้านครั้งแรกของเด็กหนุ่มร่างยักษ์ ซีรีส์แนวเซอร์เรียลเสียดสีสังคม ที่ผสมผสานองค์ประกอบแบบแฟนตาซีเข้ากับความจริงแสนตลกร้ายของโลกวันนี้อย่างลงตัว บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของCootieเด็กหนุ่มผิวสีสูง 13 ฟุตที่ตัดสินใจออกมาเผชิญโลกภายนอก หลังจากใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ มาตลอดเพราะครอบครัวกลัวว่าเขาจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เสียดสีโลกทุนนิยม การเหยียดเชื้อชาติและสีผิว และความไม่เป็นธรรมทางสังคมด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่สดใหม่ Prime Videoขอร่วมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดรับทุกตัวตน ให้ทุกคนค้นพบความหมายของการเป็นตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเชื่อมโยงกันผ่านเรื่องราวที่หลากหลาย เพราะทุกตัวตน ทุกความรู้สึก และทุกเรื่องราว ล้วนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"ZENTYARB" ส่งซิงเกิลใหม่ "ยินดีให้บริการ" เสิร์ฟความคลั่งรักระดับโปรสุดพิเศษ
อ่าน

"ZENTYARB" ส่งซิงเกิลใหม่ "ยินดีให้บริการ" เสิร์ฟความคลั่งรักระดับโปรสุดพิเศษ

ปล่อยเพลงออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" แร็ปเปอร์หนุ่มมากความสามารถเจ้าของเพลงฮิตติดหูมากมาย ล่าสุดขอรับบทบาทใหม่สุดคิวท์ในฐานะพนักงานบริการสายซัพพอร์ต ผ่านซิงเกิลใหม่ "ยินดีให้บริการ" จากยูนิต bYOND ภายใต้การดูแลของ Believe Artist Services ที่จะมาเปลี่ยนวิธีการการตามจีบสาวแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเพลงนี้อบอวลไปด้วยมวลความอบอุ่นและคลั่งรักแบบจัดเต็มที่อยากให้ทุกคนได้ลองฟังกัน สำหรับซิงเกิล "ยินดีให้บริการ" ถ่ายทอดมุมมองความรักของคนที่พร้อมดูแลคนรักในแบบสุดพิเศษ ดูแลอย่างดีในทุกระดับประทับใจ โดยเนื้อหาในเพลง "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" ได้เปรียบตัวเองเป็นเหมือนพนักงานบริการดีเด่นที่สแตนด์บายรอเทคแคร์คนสำคัญตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าไปจนถึงส่งเข้านอนในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นการโทรบอกฝันดี การจับมือเดินเคียงข้าง หรือการทำหน้าที่ไปรับไปส่งตรงเวลาไม่ต้องปล่อยให้รอ หรือบอกรักทุกวันจนเบื่อก็ทำได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดโรแมนติกว่า "ถ้าเป็นเรื่องของความรัก คุณมาถูกที่แล้ว" เพราะค่าบริการของร้านนี้แลกมาด้วยเงื่อนไขง่าย ๆ เพียงแค่ยอมเปิดใจให้เข้าไปดูแลก็พร้อมจะมอบความรักและความประทับใจระดับห้าดาวให้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ซึ่งถือเป็นไอเดียการแต่งเพลงที่แปลกใหม่แต่เข้าถึงง่ายและถูกใจสายคนคลั่งรักแน่นอน ความพิเศษของเพลงนี้เต็มไปด้วยความทะเล้นและเป็นกันเองตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" โดยเฉพาะท่อนฮุคที่ฟังเพียงครั้งเดียวก็พร้อมจะติดหูได้ทันที โดย "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" ได้เปิดใจถึงการทำงานในซิงเกิลล่าสุดนี้ว่า "เพลงนี้ผมตั้งใจอยากให้เป็นเพลงที่ฟังแล้วมีความสุขครับ เหมือนเรานำเสนอตัวเองว่าเราพร้อมจะดูแลเขาเต็มที่ จะให้เรียก Babe หรือเรียกเตง หรือจะเรียกที่รักก็ได้หมด ผมแค่อยากให้คนทั้งโลกเห็นว่าผมรักเธอแค่ไหน และยินดีบริการให้เธอเป็นพิเศษคนเดียวครับ" นอกจากเนื้อหาสุดน่ารักแล้วในส่วนของพาร์ทดนตรีซิงเกิลนี้ยังคงโดดเด่นเป็นตัวตนของ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" อย่างชัดเจน ทั้งการเลือกใช้คำร้องที่เรียบง่าย และไลน์โฟลว์การแรปที่นุ่มละมุนผสมผสานเข้ากับบีทและจังหวะกรูฟที่ฟังสบาย ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานเพลงคุณภาพที่ "ZENTYARB (เซนท์หยาบ)" ตั้งใจมอบให้แฟนเพลงทุกคน สามารถเข้าไปกดฟังเพื่อรับการบริการสุดประทับใจผ่านทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและสามารถเข้าไปรับชม Music Video ได้ทาง YouTube : ZENTYARB กันได้แล้ว

Is Love Sustainable?
ดู

Is Love Sustainable?

Ossan's Love Returns
ดู

Ossan's Love Returns

หวานไม่เปลี่ยน! “ดาว-ณพ” ย้อนวันวาน เผยจุดเริ่มต้นรักรุ่นพี่เด็กวิทย์-รุ่นน้องศิลป์คำนวณ
อ่าน

หวานไม่เปลี่ยน! “ดาว-ณพ” ย้อนวันวาน เผยจุดเริ่มต้นรักรุ่นพี่เด็กวิทย์-รุ่นน้องศิลป์คำนวณ

หวานไม่เปลี่ยน! ดาว-ณพย้อนวันวานเผยจุดเริ่มต้นรักรุ่นพี่เด็กวิทย์-รุ่นน้องศิลป์คำนวณ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักหมื่นล้านที่เป็นตำนานความรักอันยาวนานและมั่นคง สำหรับณพและดาวณรงค์เดชที่ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนกันมาร่วมงานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ด้วยสีหน้าและรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความทรงจำในวัยเยาว์ งานนี้ผู้จัดคนเเก่งได้โพสต์ภาพคู่สุดหวานลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมเผยถึงจุดเริ่มต้นความรักสุดน่ารักในรั้วโรงเรียน ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างรุ่นพี่สายวิทยาศาสตร์และรุ่นน้องสายศิลป์-คำนวณ โดยระบุข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาคนอ่านยิ้มตามว่า เด็กวิทย์ ตึกหรั่ง ห้อง 843 กับ เด็กศิลป์คำนวณ ห้อง 68 #กลับมาหาความทรงจำ A reunion filled with joy, laughter moments to treasure forever #triamudom #tualumni

แอนตี้หัวใจยัยไอดอล
ดู

แอนตี้หัวใจยัยไอดอล

รักพลั้งพลาด
ดู

รักพลั้งพลาด

สำรวจใจไขรหัสรัก
ดู

สำรวจใจไขรหัสรัก